A comprehensive listing of building and house construction companies in Thailand.

NEWS

    

กู้วิกฤติอุตสาหกรรมเหล็ก

Thailandbuilders

สงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ กับจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั่วทั้งโลก ไทยเองก็กระเทือนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะเหล็กเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ เครื่องจักรกล ท่อน้ำมัน ท่อส่งน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน ฯลฯ และยังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างงานต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมเหล็กของไทยเคยเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียน แต่ตอนนี้เราตามหลังเวียดนามแล้ว เพราะรัฐบาลเวียดนามเด็ดขาดและชัดเจนที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ มุ่งมั่นสนับสนุนให้ใช้เหล็กในประเทศเป็นหลัก ทำให้ตอนนี้ผู้ผลิตเหล็กในเวียดนามมีอัตรากำลังผลิตเกือบ 100%

ปี 61 เวียดนามบริโภคเหล็ก 23 ล้านตัน เป็นเหล็กที่ผลิตในประเทศ 10 ล้านตัน และเหล็กนำเข้า 13 ล้านตัน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ และตอนนี้เวียดนามได้ลงทุนสร้างโรงเหล็กเพิ่ม มีกำลังผลิต 4 ล้านตันต่อปี จะทำให้กำลังการผลิตในประเทศเพิ่มเป็น 14 ล้านตันต่อปี นโยบายของรัฐบาลเวียดนามเข้มงวดที่จะลดการนำเข้าทันทีที่ผลิตเองได้ ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กในเวียดนามเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทีนี้มาดูไทยบ้าง ต่างกันอย่างสิ้นเชิงทีเดียว ปี 61 ไทยบริโภคเหล็ก 19.3 ล้านตัน เป็นเหล็กที่ผลิตในประเทศแค่ 7.3 ล้านตัน (ทั้งๆที่เรามีกำลังผลิตถึง 23.6 ล้านตันต่อปี เท่ากับใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศเพียง 31%) ส่วนอีก 12 ล้านตันเป็นเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ไทยเสียดุลการค้ามหาศาล

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ปีนี้อัตราการใช้กำลังการผลิตและการบริโภคเหล็กในประเทศมีแนวโน้มลดต่ำลงอีก หนำซ้ำปัจจัยสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน ทำให้เหล็กคุณภาพต่ำจากจีนดัมพ์ราคาขายเข้ามาในไทยมากขึ้น ถ้ารัฐบาลไม่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมในประเทศกลับมาใช้กำลังการผลิตได้มากขึ้น ผู้ผลิตเหล็กของไทยคงต้องปิดกิจการลงในที่สุดและจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะคนตกงาน

ประเทศไหนๆต่างก็ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น สหรัฐฯ ใช้มาตรการ 232 ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตในสหรัฐฯ จากเดิมกว่า 70% ขยับขึ้นถึงเกือบ 100% ยุโรป ประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ด ปิดการนำเข้าสินค้าเหล็ก 28 ประเภท อินเดีย ก็กำลังจะตั้งเซฟการ์ดเพิ่มอีกหนึ่งมาตรการ โดยเก็บภาษีเหล็กนำเข้าทุกประเทศ 25% หรือแม้ ประเทศในอาเซียน ก็ออกมาตรการทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศกันทั้งนั้น

เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ประกอบด้วยสมาชิก 472 บริษัท เคยเข้าพบคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เพื่อนำเสนอปัญหาวิกฤติอุตสาหกรรมเหล็กไทยและมาตรการแก้ไข ซึ่งคุณจุรินทร์รับปากจะช่วยเร่งรัดระยะเวลาการบังคับมาตรการต่างๆให้เร็วขึ้น

และเมื่อเดือนที่แล้วกลุ่ม 7 สมาคมเหล็กได้เข้าพบ คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนนโยบาย Thai First ของทางกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดให้ การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ (Local Contents) เป็นหลัก สอดคล้องกับที่ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ประกาศส่งเสริมการผลิตและซ่อมโบกี้รถไฟในประเทศไทยและในแถบอาเซียน ซึ่งน่าจะมีจำนวนหลายหมื่นตู้ มูลค่าหลายแสนล้าน ซึ่งปัจจุบันวัตถุดิบต่างๆในประเทศสามารถผลิตได้เอง 80-90% อยู่แล้ว

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์
https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1677138